Tag เรียน...อย่างคนมีกึ๋น 
กติกา:             
1. copy กติกาของTag คนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอนทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

.

Tag เรียนเอกภาษาญี่ปุ่นอย่างคนมีกึ๋น (หรอ?)

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
・กำลังเรียนปี4 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่น ม.ราชมงคลกรุงเทพ (วิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ)

.

- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
 เรียนหลายตัวอยู่ ส่วนมากจะเน้นหนักไปทางภาษาญี่ปุ่น (ก็เอ็งเรียนเอกญี่ปุ่นนี่หว่า -*-)

ภาษาญี่ปุ่นหลัก (ปี1-3) วิชานี้เรียนไวยากรณ์ญี่ปุ่นระดับพื้นฐาน เพราะฉะนั้นคนที่คิดจะเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นในระดับมหาลัยไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะทุกคนต้องเริ่มนับ1เหมือนกันหมด

สนทนาภาษาญี่ปุ่น (ปี1-3) วิชานี้เรียนกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย สอนเกี่ยวกับการพูดในสถานการณ์ต่างๆ (วิชานี้เรียนสนุกค่ะ คอนเฟิร์มค่ะ 55+)

การอ่านภาษาญี่ปุ่น (ปี2) เรียนเกี่ยวกับการตอบคำถาม การเรียนรู้จากการอ่านเรื่องราวต่างๆ เหมือนจะง่าย แต่ก็หินใช่ย่อย (TT w TT)

การศึกษาภาษาถิ่นญี่ปุ่น (ปี2) เรียนเกี่ยวกับภาษาท้องถิ่นและภาษาพูดของคนญี่ปุ่น เพราะคนญี่ปุ่นก็เหมือนคนไทย มีการกร่อนเสียงและการย่อคำในการพูดเหมือนภาษาไทย วิชานี้จะสอนเกี่ยวกับภาษาพูดทั่วไปรวมไปถึงการสอนภาษาคันไซ หรือ สำเนียงอีสานของชาวญี่ปุ่น (เรียนสำเนียงคันไซสนุกมากค่ะ)

การเขียนภาษาญี่ปุ่น (ปี2-3) เรียนเกี่ยวกับหลักการเขียนภาษาญี่ปุ่น ทั้งเขียนเรียงความ(ซาคุบุง) อีเมลล์ในโอกาสต่างๆ เขียนเมโม่ รวมทั้งไวยากรณ์ที่ใช้ในภาษาเขียนด้วย

โครงสร้างภาษาญี่ปุ่น (ปี3) เรียนเรื่องความแตกต่างของรูปแบบไวยากรณ์ที่เรามองข้ามแล้วก็คิดว่าเหมือนกันหมด (ซึ่งความจริงคือถ้าผิดแม้แต่นิดเดียว ความหมายก็เปลี่ยนไปหมด!!) ตัวอย่างเช่น ความแตกต่างกันของ~ていますกับ~ていました, ~ませんกับ~ていませんแล้วก็~ますกับ~ています แล้วก็เรื่องสกรรมกริยาและอกรรมกริยา (วิชานี้อาจารย์เป็นชาวญี่ปุ่น) กว่าเราจะผ่าน ....... ไมเกรนแทบกิน (=__=")

วรรณกรรมญี่ปุ่น (ปี3) เรียนเกี่ยวกับวรรณกรรม นักประพันธ์ บทกวี ประวัติของการแต่งบทกวีในญี่ปุ่น เรียนรู้ประวัติของนักประพันธ์ รวมถึงผลงานต่างๆ นอกจากนี้ต้องสอบเขียนไฮกุด้วย -*-

ภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ (ปี3) เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ใช้อย่างเป็นทางการ ทั้งเรื่องรูปสุภาพ รูปถ่อมตัว รูปยกย่อง การเขียนนามบัตร การทำนามบัตร การรับโทรศัพท์แทนเจ้านาย การสัมภาษณ์งาน รวมถึงมารยาททางสังคมอย่างการจัดลับดับการนั่งในรถ(การนั่งรถต้องมีการจัดลำดับด้วยนะว่าคนที่ใหญ่สุดต้องนั่งตรงไหน) การเปิดประตูให้เจ้านาย(การเปิดประตูให้เจ้านายที่ถูกต้อง) การเสิร์ฟชา การพูด การเป็นเลขา การรับโทรศัพท์ การเขียนเมโม่ ฯลฯ (นี่คือวิชาปราบเซียนตัวแรก -*-)

โปรแกรมสำเร็จรูป (ปี3) เรียนการใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆในภาษาญี่ปุ่น คล้ายๆเรียนคอมพื้นฐานค่ะ แต่ทั้งหลักสูตรเป็นภาษาญี่ปุ่น -*-
(เหมือนจะไม่มีประโยชน์ แต่อยากจะบอกว่าตั้งแต่ทำงานมา ฝนได้ใช้วิชานี้เยอะที่สุดเลย)

การแปลภาษาญี่ปุ่น (ปี4) ชื่อก็บอกแล้วค่ะว่าเรียนการแปลและล่ามเป็นหลัก แล้วก็เรียนไวยากรณ์ระดับ2 ส่วนการแปลเนี่ยยากมาก เพราะจะเน้นการจะนำไปใช้ในการทำงาน เช่น เป็นล่ามในโรงงาน เป็นล่ามในโรงพยาบาล (อันนี้เป็นวิชาปราบเซียนขนานแท้!!!)

ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยว (ปี4) วิชานี้เรียนเกี่ยวกับการทำงานในการท่องเที่ยว เรียนตั้งแต่เป็นพนักงานในโรงแรม โอเปอเรเตอร์ จองทัวร์ จองโรงแรม บลาๆๆ แล้วก็ต้องเรียนเป็นไกด์ด้วยนะ

วัฒนธรรมญี่ปุ่น (ปี4) เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความคิด การดำรงชีวิตของชาวญี่ปุ่น ทั้งอดีต และปัจจุบัน

ปี1 - ที่มหาลัยจะเริ่มต้นนับ1เหมือนกันหมดค่ะ ดังนั้นคนที่ไม่เคยเรียนก็สามารถเรียนได้ไม่มีปัญหา (แต่อาจจะเกิดความกดดันบ้าง เพราะบางคนเคยเรียนมาตั้งแต่มัธยมบ้าง) เพราะฉะนั้นปี1 คะแนนเด็กสายศิลป์-ญี่ปุ่นอาจจะนำลิ่วบ้าง แต่อย่าไปกลัวค่ะ ^.^

ปี2 - ปีนี้จะเริ่มมีวิชาเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่น่าเครียดค่ะ ยังเรียนสบายๆอยูบ้าง ^ o ^

ปี3 - ปีนี้จะถือว่าหนักที่สุดเท่าที่เราเรียนมาก็ว่าได้ เพราะปีนี้จะถือว่าทุกคนเรียนมามีความรู้เท่ากันหมดแล้ว วิชาที่เรียนจะเน้นวิชาการและจริงจังมากขึ้น ทั้งบิซิเนส ทั้งโครงสร้างไวยากรณ์ (เนื่องจากม.เราฝึกงานช่วงช่วงปิดเทอมขึ้นปี4เป็นเวลา2เดือนค่ะ นศ.เลยต้องเรียนวิชาเหล่านี้เพื่อนำไปใช้ในช่วงเวลาฝึกงาน) เป็นช่วงเวลาที่ยุ่งมาก เพราะทั้งเรียนวิชาหนักๆ หลายๆตัว TT [] TT

ปี4 - ปีนี้จะเรียนน้อย(มากกก) แต่สกิลความยากนี่งกว่าปีอื่นๆค่ะ อาจจะเป็นเพราะว่าใกล้จบแล้วก็เป็นได้ จะเห็นว่าวิชาที่เรียนส่วนมากจะออกแนวเป็นวิชาชีพเพื่อนำไปใช้ทำงานต่อไป สู้ต่อไปนะทาเคชิ~ TT w TT

.

- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
・ถ้าคิดจะทำงานเกี่ยวกับญี่ปุ่น เราว่าได้ใช้หมดแหล่ะ 555+
อย่างตอนนี้เราทำงานกับอาเบะซัง ก็ได้ใช้ในเรื่องของการใช้คอมโปรแกรมภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก รองๆมาก็การแปล แต่ถ้าดูโดยรวมเราได้ใช้แทบทุกตัวค่ะ

.

- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
・ต้องตั้งใจเรียนค่ะ!!
ตอบเหมือนกำปั้นทุบดินนะ แต่การเรียนภาษาสำหรับเรามันเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีใช่มะ เพราะฉะนั้นต้องหมั่นอ่านหนังสือ ทบทวน พยายามอย่าให้ลืมนะคะ ไม่งั้นอันตรายมาก!!!!!!!

.

- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
・อย่าคิดว่าการเรียนภาษามันง่ายนะคะ เพราะเราคิดว่าการเรียนทุกอย่างมันมีความยาก-ง่ายเหมือนกันหมด เราว่าการเรียนภาษามันต้องใช้ความอดทนมากนะ ทั้งเรื่องความกดดัน ความเครียด มันไม่ง่ายเลยที่จะฝ่ามันมาได้ แล้วก็ถ้าคิดว่าเรียนภาษาเพราะไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร ................. เราว่าหยุดความคิดนั้นเถอะ!!!

.

จบไป1แถกกกกกกก

หลังจากที่ไร้สาระมานานหลาย entry ขอมีสาระซักครั้งให้เป็นเกียรติแก่บล็อกเราซักครั้งละกัน~

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แหม่~ ตอบเหมือนเรามันมีสาระมากเลยเนอะ!!!!!!!!

ฉลองที่เกรดออกแว้ววววว (TT w TT)

เป็นไปอย่างที่เราต้องการคือผ่านหมด!!~

แต่บางตัวที่คิดว่าคะแนนมันได้ดี แต่กลับได้ D

โอ้ ชีวิตกรู!!!!!!!!!!

เอาเหอะ กุมันสู้ชีวิต!!!!!!!!!!

.

ปล. เมื่อวานโดนส้อมร้อนจี๋นาบปาก พองเลย -*-

จะอะไรกับกุนัก!!!!!

Comment

Comment:

Tweet

#12 By (49.230.113.37|49.230.113.37) on 2015-05-06 12:54

ม.ราชมงคลกรุงเทพ  ภาษาญี่ปุ่นดีไหมครับพอดีผมติดโควต้าอ่ะ ผมอยากรู้ว่าดีไหม

#11 By BakaBakaBaka (103.7.57.18|58.11.188.210) on 2012-12-10 23:10

มีเรื่องจะถาม
ถ้าเราเรียนเอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจปวส 2 อ่ะนะ
แล้วเราจะเรียนด้านภาษาญี่ปุ่นได้ไหมembarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed
แวะมากรี๊ดเฮด cry
รู้นะว่าที่เอาขึ้น
เพราะรูปนี้...

ยูระหล่อใช่ไหมล่ะ 55555

บีจีแลดูเศร้าชอบกล หรือสยองดี

big smile

#9 By eternize on 2008-10-13 16:56



นู๋จะรอดไหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

แค่วิชา เกือบปราบเซียนตัวแรกนู๋ยังไมาผ่านเลยยยยยยยยยยย




สู็ต่อไป ทาเคชิๆๆๆๆๆๆๆๆ

#8 By †::RAiNA::†【レインナ】 on 2008-10-13 02:56

แกมีสาระเกินไป
อะดั้นรับมิได้ = {} =!!!!!!
กร๊าซซซซซซซซซซ *

#7 By Big Boss Zukito.♥ on 2008-10-12 22:36

ฟังดูแล้วก็น่าสนุกจังเลยอ่ะ

เรียนภาษาเหมือนได้เปิดโลกกว้างเลย

งั้นก็เวลาดูรายการเพลงกับรายการทีวีที่ศิลปินเราไปก็ดีเลยซิ

อิจฉาจัง

#6 By fuchi (^^) on 2008-10-12 19:14

แทคนี้~ สุดยอดเลย *0*

จะว่าไปเค้าก็อยากเรียนภาษาฐี่ปุ่นเหมือนกันง่า โฮๆๆๆ
น่าเรียนมากเลย อร๊ายๆๆๆ >[]<

ปล. ทำไมนู๋ไม่เลือกที่นี่นะ T^T

#5 By ~葵~ :: ユウパック on 2008-10-12 01:12

มาแปลกวุ้ย เมะมีสาระด้วย!!

เรียนภาษาไม่ใช่เรื่องง่ายๆเจรงๆ ท่องจำกันชิหายบรรลัยวอด ใครว่าง่ายกว่าเรียนวิทย์ฟระ??

ปล.งี้ปากไม่ยิ่ง _ กว่าเดิมเรอะ open-mounthed smile

#4 By inu_monster on 2008-10-11 21:47

ทำไมพออ่านจบแล้วชั้นรู้เลยวะว่าแกจะแปะเพลงอะไร กร๊ากกกกกกก

จริงๆตอนเอ็นสะท้านก็จดๆจ้องๆคณะนี้อยู่นะ แต่บังเอิญโดนขู่ "ถ้าไม่ได้จบสายภาษานั้นๆมา เค้าไม่ให้แกเอนท์นะเฟร้ยยย"

.............ตอนนั้นเชื่อเข้าไปได้ไงหนอ

ปากที่พองก็ขอให้หายเร็วๆนะจ๊ะ แล้วอย่าไปลบหลู่ "อาถรรพ์อย่างเดียว" บ่อยนักหล่ะ กร๊ากกก

#3 By cat~~~ on 2008-10-11 21:46

โอ๊ะ **ตบมือ แปะๆๆๆๆ
รู้สึกแถกนี้มีสาระ....แถกอันอื่นที่เคยทำมาเนี่ย... หุๆๆๆๆ

#2 By AiBikU on 2008-10-11 21:37


โอ้ แม่เจ้า ! พี่เมะมีสาระ 5555
เป็นอีกหนึ่งคณะที่อยากเรียน
เพราะมันชัวน์อยู่แล้วว่า
ถ้าจบต้องคล่องญี่ปุ่นแน่นอน

คลิปแอบฮา
ใส่กี่เพ้าด้วย 5555

big smile

#1 By eternize on 2008-10-11 21:14